ความอิจฉาริษยา

อาการของคนที่เป็นโรคขี้อิจฉาเกิดจากปัจจัยหลายๆ อย่าง ซึ่งส่วนใหญ่แล้วก็จะมีอาการที่เห็นได้ชัดก็คือ กลัวคนอื่นจะได้ดีกว่า ถ้าตัวคุณเองมีอาการดังกล่าวให้ระวังตัวเองไว้เพราะ โรคนี้จะเกิดขึ้นโดยที่เราไม่ทันรู้ตัว และความขี้อิจฉาก็เป็นชนวนที่ทำให้คนเป็นโรคนี้มีความ อาฆาต พยาบาท ตามมา ซึ่งบอกได้เลยว่าหากเข้าสู่อารมณ์ อาฆาต พยาบาท แล้วความคิดรุนแรงก็จะตามมา และถ้ายิ่งแสดงออกมาเป็นการกระทำด้วยแล้วก็จะเป็นคนอันตรายได้ ซึ่งเราไม่ควรมองข้ามเรื่องแบบนี้หรือคิดว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย เพราะไม่ว่าจะผู้ใหญ่โดยเฉพาะเด็กๆ ด้วยแล้วจะทำให้แก้ไขได้ยากและอาจจะมีความรุนแรงมากขึ้นตามกาลเวลาของแต่ละคน เราอาจจะเคยเห็นในข่าวหรือเคยเจอเรื่องนี้กับตัวมาบ้างแล้วก็เป็นได้ เพราะเคยมีข่าวเด็กทะเลาะกันถึงขั้นลงไม้ลงมือเพราะการอิจฉากัน บางคนคิดจะฆ่าแกงกันเลยก็มีถมไป โรคนี้ไม่ได้มีการสรุปว่าเกิดขึ้นมาตั้งแต่กำเนิน บางคนเกิดจากสังคม บางคนเกิดจากครอบครัว บางคนเกิดจากเพื่อน หากใครที่เข้าข่ายโรคดังกล่าวนี้ให้เตือนสติตัวเองไว้ตลอดเวลาว่าการ อิจฉาคนอื่นไม่ได้ทำให้ตัวเราเองดีขึ้นหรือเหนือกว่าคนอื่นขึ้นมาเลยแต่ความอิจฉานั้นจะย้อนกลับมาทำร้ายจิตใจของตัวเราเอง ยิ่งอิจฉามากเท่าไหร่ก็ยิ่งทำร้ายจิตใจตัวเองมากเท่านั้น ในทางกลับกันหากเราคิดดีกับผู้อื่นโดยไม่มีความอิจฉาริษยาหรือเกียจชัง เพียงเท่านี้ตัวคุณเองก็จะได้แต่สิ่งดีๆ จากผู้อื่นกลับมาสู่ตัวคุณเอง ต่อให้คนที่เราหวังดีและคิดดีด้วยจะเป็นคนขี้อิจฉาก็ตาม ถึงจะไม่ได้ความจริงใจกลับคืนมาแต่คุณจะได้ความสบายใจกับตัวคุณเอง เพียงเท่านี้เราก็จะมีความสุขได้ตลอดทั้งวัน ส่วนคนที่ขี้อิจฉาก็จะทุกข์ใจและก็ทำร้ายจิตใจตัวเองด้วยตนเอง โรคขี้อิจฉาน่ากลัวกว่าที่เราคิดเพราะมันอาจจะทำให้คนที่เป็นโรคนี้เสี่ยงเป็นโรคอื่นได้อีกด้วย เช่น โรคประสาท (Neurosis) โรคเครียด โรคไมเกรน เป็นต้น

คำคม

จงอย่าอิจฉาคนอื่น แต่จงใช้ชีวิตให้คนอื่นอิจฉา