เคียบัตต้า

Kibbati

สำหรับคนไทยชื่อขนมอย่าง เคียบัตต้า คงเป็นชื่อขนมที่รู้สึกไม่คุ้นหูอย่างรุนแรง แถมเชื่อว่าบางคนน่าจะยังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำว่าเจ้าขนมหน้าตาชนิดนี้เป็นอย่างไรกันแน่ สำหรับขนมเคียบัตต้านี้เป็นขนมจากอิตาลีโดยภาษาอิตาลีขนมชนิดนี้แปลตรงๆ ตัวว่า รองเท้า เนื่องจากว่าลักษณะของเจ้าขนมดังกล่าวมีลักษณะแบนยาวคล้ายรองเท้าแตะ นอกจากนี้ยังถือว่าเป็นหนึ่งในขนมปังของช่างฝีมือที่จำเป็นต้องใช้ความพิถีพิถันเพื่อให้ได้เนื้อสัมผัสที่กรอบนอกนุ่มในอีกต่างหาก นั่นทำให้เคียบัตต้าเป็นขนมที่หลายประเทศให้ความนิยมอย่างมาก ที่สำคัญแม้วัตถุดิบในการทำจะมีไม่มากแต่ขอบอกเลยว่าขั้นตอนในการทำสลับซับซ้อนสุดๆ

ส่วนผสมในการทำเคียบัตต้า

  1. แป้งขนมปัง 2 กิโลกรัม
  2. แป้งเคียบัตต้า 200 กรัม
  3. นำมันมะกอก Extra Virgin 200 กรัม
  4. ยีสต์ผง 70 กรัม
  5. เกลือ 10 กรัม
  6. น้ำเย็นจัด 1 ลิตร
  7. แป้งสาลีเอนกประสงค์สำหรับการทำแป้งนวล
  8. น้ำมันพืชเล็กน้อยสำหรับทาพิมพ์
  9. เมล็ดฟักทอง โรสแมรี่ เกลือหิมาลายัน

วิธีการทำเคียบัตต้า

  1. เทแป้งขนมปังบนโต๊ะ ทำหลุมตรงกลาง ใส่แป้งเคียบัตต้า ยีสต์และเกลือ ทำให้เป็นหลุมตรงกลางตามลำดับแล้วใส่น้ำมันมะกอก ใช้ปลายนิ้วคนเป็นวงกลมเพื่อให้น้ำมันผสมเข้ากับยีสต์ เทน้ำเย็นจัดลงไปทีละน้อยแล้วนวดจนหมดน้ำก็นวดต่อไปเรื่อยๆ เพื่อให้ส่วนผสมทุกอย่างเข้ากัน เนื้อเนียนสวย แล้วเช็คว่าแป้งได้ที่หรือไม่ด้วยการยืดแป้งให้ขยายออกเหมือนฟิล์ม
  2. โรยแป้งนวลบนแป้งแล้วครอบไว้ด้วยอ่างใบใหญ่ พัก 30 นาที แป้งจะขยายขึ้น
  3. ตัดออกเป็นก้อนเล็กๆ ขนาด 60 กรัม คลึงออกให้เป็นก้อนกลม แต่ระหว่างคลึงอย่าลืมโรยแป้งนวลเพื่อไม่ให้แป้งติดมือ
  4. ทาน้ำมันพืชบางๆ ทั่วพิมพ์ ใส่แป้งที่ปั้นเอาไว้ 3 ก้อน วางให้สวยงามจนหมด นำเข้าตู้บ่ม 1 ชั่วโมง หรือจนกว่าแป้งจะฟูออกเป็นสองเท่า โรยเมล็ดฟักทอง โรสแมรี่ เกลือหิมาลายัน และแป้งนวลอีกเล็กน้อย
  5. ตั้งเตอบประมาณ 200 องศาเซลเซียส นำเข้าเตาอบ โดยให้ใส่ถ้วยที่มีน้ำแข็งไว้ในเตาอบด้วย ใช้เวลาอบราว 10-15 นาที หรือจนกว่าขนมจะสุกเท่านี้ก็จะได้เคียบัตต้าแสนอร่อยแล้ว

สำหรับขนาดวัตถุดิบที่ว่านี้สามารถทำทานได้ถึง 20 คน ส่วนเมล็ดธัญพืชสำหรับการโรยหน้าก็สามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามความต้องการ อาทิ เมล็ดทานตะวัน, ออริกาโน, มะกอกดำ, มะเขือเทศอบแห้ง เป็นต้น หรือหากว่าหาเกลือหิมาลายันไม่ได้ก็ให้ใช้เกลือทะเลเม็ดใหญ่แทน รับรองว่ารสชาติของขนมที่ได้แทบไม่มีความแตกต่างจากขนมเคียบัตต้าสูตรดั้งเดิมเลยแม้แต่นิดเดียว ถือว่าเป็นขนมที่ต้องอาศัยความอดทนในการทำไม่น้อยเหมือนกัน